Japan Trip # 1 ~
posted on 26 Apr 2010 22:09 by nu-dii
------------------------------------------------------------
รูปเพียบ โหลดนานนะพี่น้องนะ
------------------------------------------------------------
ห่างหายจาก exteen ไปนานมาก
เนื่องจากอยู่ในช่วงกะลังจะเป็นเฟรชชี่ 555555555
พอกหน้า ขัดตัวยกใหญ่ หนูกะลังจะเป็นสาว
ไม่ออกจากบ้าน เพราะกลัวทั้งแดด กลัวทั้งสถานการณ์บ้านเมือง
อยู่บ้านเก็บตัวไปตามเรื่อง ~
หลังจากบล็อกคราวที่แล้ว อัพเรื่องที่จะไปญี่ปุ่น
กลับมานานแล้วแหละ แต่ต่อมขยันเพิ่งจะทำงาน
เลยเพิ่งจะอยากอัพขึ้นมาตอนนี้ ซึ่งเป็นเวลา 4 ทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว
คาดว่า พิมเสร็จอะไรเสร็จก็คง 5 ทุ่ม 555555555
เกริ่นก่อนดีกว่า....
ไปญี่ปุ่นครั้งแรก ตื่นเต้นดีใจตั้งแต่พ่อแม่ให้ไป
เพราะซื้อทัวร์ไปกับเพื่อนแค่ 2 คน
อีกอย่างคือ ไม่เคยไป ตปท. โดยที่ไม่มีพ่อแม่
คราวนี้แหละ หึหึ ไม่มีใครห้ามหนูแล้ว
เรื่องเลือกทัวร์ เลือกกันนานอยู่พอสมควร
เพราะทัวร์ที่เพื่อนไปประจำมันไม่ถูกใจ
เพราะถ้ามีเวลาให้ช้อป ก็จะไม่มีให้ไปดิสนี่ย์แลนด์
มันต้องเลือกอย่างนึง
แต่ก็นะ จัดไม่ได้สงสารวันสะรุ่นอย่างเราเล๊ย
เพราะอยากทั้งไปช้อปละก็ไปเล่น 55555555
สุดท้ายก็ค้นพบทัวร์ที่โดนจัยยยยยย
ไปกับ SBA ค่ะ โดนใจทั้งแพลน แล้วก็ไกด์
เอิ๊กกกกกกกกกก
และแล้วเมื่อถึงวันที่เดินทางก็มาถึง
(ก่อนหน้านั้นมันนั่งนับถอยหลังเก็บกระเป๋าอยู่นั่นแหละ 555)
วันที่ 5 มีนาคม 2553 ..... จขบ.ขี้เกียดขนาดไหนคิดดูละกัน = ="
เจอกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ไอ่เราว่าเราก็ไปตรงเวลา
ไม่ขาดไม่เกินเท่าไหร่
แต่แล้ว..... ก็ไปเป็นคู่สุดท้ายของกรุ๊ป!! 555555
เพราะทั้งกรุ๊ปมีแค่ 13 คน!!
เล็กได้ใจมากกกกกกกกก แต่ก็ดีเพราะพี่ไกด์เค้าดูแลทั่วถึง
หลังจากนัดแนะเรื่องเกทแล้วก็โหลดกระเป๋าบลาๆๆๆไปตามระเบียบ
แอบหงุดหงิดตรงที่คนมันเยอะมากกกกก ขนาดตอนนั้นก็ 4 ทุ่มกว่าเข้าไปละ
จะออกนอกประเทศไปไหนกันเยอะแยะคะคู้ณณณณณ = ="
เสร็จปุ๊บก็ช้อปลั่ลล้าๆ กัน 2 คนใน Duty Free
ไม่ค่อยได้ซื้อเยอะเท่าไหร่เพราะไปช้อปที่รางน้ำมาก่อนแล้ว เลยมีหน้าที่แค่ไปเอาที่ pick up แค่นั้น
เด็กผู้หญิง 2 คนเดินล้าลาไปที่เกท 2 มือเต็มไปด้วยของที่ซื้อจากเมืองไทย หอบขึ้นเครื่องไปแดนอาทิตย์อุทัย แล้วเอากลับมาฝากคนไทย
-__________-"
555555555555555
เครื่องออกตอนเที่ยงคืนนิดๆ ชอบมากเพราะมีจอส่วนตัว
เล่นๆๆ ฟังเพลงดูหนังไปเรื่อย ไม่หลับไม่นอน
หันไปข้างๆอีกที เพื่อนมันหลับไปตั้งแต่ตอนไหนไม่รุ - -"
นึกขึ้นได้ว่า เช้าถึงแล้วต้องเที่ยวเลยนี่หว่า
อีกอย่างคือ เวลาที่ญี่ปุ่นเร็วกว่าไทย 2 ชม.
เค้าเริ่มเที่ยวตอน 7 โมงเช้า แสดงว่าคือ ตี 5 ของประเทศเรา
อ๊ากกกกกกกกกกก
ตอนนั้นยังไม่ได้ปรับนาฬิกา
ตี 2 บ้านเรา ก็ตี 4 ของเค้าสิวะเนี่ยยยยยย
สรุปแล้ว คืนนั้นก็ได้นอนแค่ 3 ชม.ถ้วน!!!
ลงเครื่องมาเค้าคงคิดว่าลักลอบเอาหมีแพนด้าเข้าประเทศเค้าแหง
เครื่องลงที่สนามบินนาโกย่า ลงเครื่องปุ๊บหนาวปั๊บ!!
อยากจะหอบอากาศกลับมาที่ไทยเสียจริง -*-
คว้าเสื้อกันหนาวมาให้ทันที ล้างหน้าแปรงฟันเตรียมตัวเที่ยว
เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นหน้าผู้ร่วมทริป
กรุ๊ปนี้มี 3 ครอบครัวค่ะ มีจขบ.กับเพื่อน
คุณตา คุณยาย กับหลานสาว 10 ขวบ
แล้วก็ครอบครัวใหญ่อีก 8 คน
แอบเสียดายตรงที่วันแรกพอลงเครื่องปุ๊บก็ฝนตกเลย
อากาศเลยขมุกขมัว มีหมอกอีกตะหาก
อุณหภูมิตอนนั้นประมาณ 10 องศาได้
คือจริงๆมันก็ไม่ได้หนาวตับหนาวไตอะไรมาก ถ้าเราไม่ได้เสด็จไปจากประเทศเมืองร้อน -*-
โว้วเย แทบจะไข้จับกันเลยทีเดียว - -
พอปรับตัวได้ก็สบายๆ เสื้อโค้ดตัวนึงยังพอเอาไหว
ตลอดทริปนี้จะเดินทางด้วยรถบัสเล็ก
นั่งได้ประมาณเกือบๆ 20 คน
ไอ่เราก็ลั่ลล้าๆ ฟังพี่ไกด์เค้าบรรยายไป จะหลับไป 55555
เผอิญว่าได้นั่งริมหน้าต่าง และยังบังเอิญได้เห็นค่าทางด่วนของรถที่ข้าพเจ้านั่งนิ่มสบายตูดอยู่ ณ ขณะนั้น
เมืองไทยที่บ่นๆกันว่าค่าทางด่วนแพงๆ เจอที่นู่นเทียบไม่ได้เลยค่ะพี่โน้งงงงงงงง
1,250 เยน!! แม่จ้าวววว
คิดเป็นเงินไทยตอนนั้นก็เอา 0.37 ไปคูณ
โว๊ะโอ่ววว ประมาณ 460 กว่าบาทไทย
เฮือกกกกกกกก
ถ้าอยู่ญี่ปุ่นแล้วจะขับรถที นี่คิดหนักนะพี่น้องนะ -*-
ประมาณ 11 โมงก็ถึงที่หมาย
ที่แรกทีแวะเที่ยว ไร่สตรอเบอร์รี่ >///<
เด็ดกินจากต้นสดๆเลยอ่ะ
ฉ่ำมากพะย่ะค่ะ แบบสตรอเบอร์รี่ลูกใหญ่มากกกกกก
แต่ถ้าจะกินให้อร่อย ไม่ต้องตามล่าหาพริกกะเกลือให้วุ่นวาย
จิ้มกะนมข้นอ้ะ ^^ โหยยยยยยยยย
รสชาตินี่หวานฉ่ำ เลิกกินไม่ได้ 55555555
เค้าให้กินครึ่งชม. เชื่อว่าทุกคนจะมีแรงกินได้แค่ 15 นาทีแรกเท่านั้น
15 นาทีหลัง สตรอเบอร์รี่ที่กินไปจะกลั่น แปรสภาพกลายไปเป็นยูเรีย
5555555555555555 ปวดฉี้งฉ่องขึ้นมาทันใด
แต่ก็นะ นิสัยคนไทย ข้าต้องคุ้ม
เลยแอ๊บแบ๊ว ทนอั้นฉี่ กินสตรอเบอร์รี่ต่อไป
ก๊ากกกกกกกกกกกก
หลังจากปลดปล่อยเสร็จ ก็มาขึ้นรถปุเลงๆต่อไปกินข้าวเที่ยง
เนื่องจากไปถึงที่ไร่ช้า เลยได้กินข้าวเที่ยงช้าหน่อย
นั่งรถไปประมาณ 3 ชม. ก็ถึงแล้ววววววว
ร้านหมูย่างหินภูเขาไฟ >////<
อร่อยจิง ฟาดเรียบบบบบบบบ
ร้านนี้อยู่ที่เชิงภูเขาไฟฟูจิ เค้าบอกดังมากกกกกก
แนะนำๆ ใครจะไปญี่ปุ่น ร้านนี่พลาดไม่ได้นะพี่โน้งงงงงงง
เห็นแค่นี้ แต่ทำกระเพาะเต็มได้ถึงเย็นเลยแหละ
แล้วมันก็กลายสภาพเป็นแบบนี้!!
เสร็จแล้วก็ไปล้าลาที่ Fujiten
ตามประสาลานสกีหิมะ(ป้ะ?) เค้าก็ควรเล่นหิมะชิมิ
แต่วันนั้นมันมีฝน หิมะก็ลื่นสิวะครับ
เล่นได้ไม่เท่าไหร่ ก็เปลี่ยนใจไปกินติมดีกว่า
5555555555555555
ทั้งกรุ๊ปเค้าหันมามองแล้วคงคิดแบบ
นัง 2 คนนี่ หนาวจะแย่ยังเจือกกินไอติม!!!
ไม่แคร์ค่ะ กินต่อไป 55555555
ไม่ใช่ไม่หนาวนะ แต่มันอดใจไม่ด้ายยยยยย
ไอติมอร่อยมากกกกกกกกก
จากนั้นก็ขึ้นรถปุเลงๆต่อไปที่พัก
เย้เย น่านอนสุดๆ
บรรยากาศดีมากๆฮะ แบบข้างหน้าเป็นทะเลสาป
ด้านหลังเป็นภูเขาไฟฟูจิ
แต่แล้ว!! บุญมีแต่กรรมบัง
หมอกลง!! ~ จบสิ้นชีวี แงๆๆๆๆๆ
เพราะถ้าไม่มีหมอก มองจากหน้าต่างห้องนี่เป็นภูเขาไฟชัดๆเลยน้ะ
จะขี้อายไปไหนคร้าบบบบบ ออกมาให้เห็นหน่อยเห้ออออ :P
มื้อเย็นวันนั้น ได้กินเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ขาปูยักษ์
ยักษ์จิงๆฮะ -*- ใหญ่เท่าจานนนนนน
นี่เฉพาะขานะ แค่ข้อเดียวด้วย ไม่อยากนึกถึงทั้งตัว
หลังจากอิ่มหนำสำราญ ข้าพเจ้าก็ลั่ลล้าไปแช่ออนเซน
ตัดสินใจอยู่นานมากกกก ว่าจะไปแช่ดีมั๊ย
เพราะตอนไปกินข้าวเย็น
เอิ่มมมม ใส่ยูกาตะกันเต็มล็อบบี้!!
ให้ตาย ถ้ามันแช่กันหมดนั่น บ่อแตกพอดี
อย่าที่รู้ๆกัน ว่ามันต้องแก้หมด
มีผ้าผืนเดียว เอาไปโปะบนหัว เพื่อ???? -*-
เค้าบอกว่า ถ้าใส่ผ้าลงแช่ แร่ธาตุซัมติงจะไม่เข้าถึงรูขุมขน
เพราะฉะนั้น เราควรไปแช่ตอนกี่โมงดี
เพื่อที่จะได้ไม่เจอเพื่อนร่วมชาติ
บ่อปิดเที่ยงคืน 2ทุ่ม? 3 ทุ่ม? หรือ 5 ทุ่มดี?
ไตร่ตรองได้ซักพักก็คิดได้ว่า
ทำไมตรูไม่ไปตอนที่เค้ากินข้าวกันอยู่วะ - -"
คิดได้ดังนั้น เลยรีบเปลี่ยนชุด แล้ววิ่งแจ้นลงมาที่บ่อ
ตุ๊มๆต่อมๆ ถ้ากุเจอคนในกรุ๊ปล่ะวะ? แล้วถ้าคนเยอะล่ะ? คนไทยล่ะ?
ถอนหายใจอยู่หน้าห้อง แง้มเข้าไป
วะเห้ยยยยยย มีรองเท้าถอดอยู่ 3 คู่
ข้างในมันมีแค่ 3 คนแน่ๆ
แต่ไอ่ 3 คนเนี่ย คนไทยป่ะวะ -*-
ไหนๆก็ไหนๆ แช่ก็แช่
เปิดเข้าไป ผ่างงงง!!!!
&#$%@*?^$# เจอเจแปนนีสเกิร์ล 3 นาง
555555555555555
แช่ไป ล้าลา ~ 15 นาที สบายตัว
ขึ้นมาอาบน้ำอีกรอบ ดูทีวีทั้งๆที่ฟังไม่รู้เรื่อง -*-
แล้วก็หลับไปตอนไหนก็ไม่รุ
ปล. สรุปว่าทั้งกรุ๊ป มีข้าพเจ้าแช่คนเดียว 555555
แล้ว.....
แล้วที่เหลือจะใส่ยูกาตะกันทำไมคะ!! - -"
to be continued....